นวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมทางธุรกิจ ดังนั้น จากการประเมินประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน บริษัทจึงได้เตรียมมาตรการป้องกันมลพิษ ปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านต่าง ๆ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งเสริม และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามแนวทางของระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ทั้งนี้ บริษัทได้การรับรองมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ตั้งแต่ปี 2550 (ISO 14001:2004) จนถึงปัจจุบัน (ISO 14001:2015) โดยพื้นที่ที่ได้รับการรับรองครอบคลุมสถานีสูบน้ำ ห้องควบคุมการจัดการโครงข่ายท่อส่งน้ำ คิดเป็น ร้อยละ 31.00 ของพื้นที่บริษัททั้งหมด
ตั้งแต่ปี 2566 บริษัทจัดหลักสูตรพิเศษเพื่อพัฒนาศักยภาพวิศวกรด้านนวัตกรรม ภายใต้โครงการ Engineering Improvement program (EIP) มีระยะเวลาการอบรม 9 เดือน เพื่อส่งเสริมให้วิศวกรของบริษัทได้แสดงศักยภาพ และสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมโดยใช้แนวคิด Agile และ Design Thinking มาพัฒนาขีดความสามารถของพนักงานพร้อมปลูกฝังจรรยาบรรณในวิชาชีพวิศวกรรม และมุมมองด้านการบริหารธุรกิจ ผ่านโปรแกรมการอบรมเชิงปฏิบัติการควบคู่กับการโค้ช รวมถึงการสร้างผลงานนวัตกรรมที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดค่าใช้จ่าย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ ตลอดจน ค้นหาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง เพื่อพัฒนาสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญในอนาคต และบริษัทได้จัด โครงการ Quick Win Improvement 2566 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการคิดค้น และพัฒนานวัตกรรม ซึ่งได้กำหนดความสำเร็จของโครงการเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการดำเนินงานระดับองค์กร (Corporate KPIs) และตัวชี้วัดผลงานร่วม (Common KPIs) ด้านการจัดการความรู้ และถือเป็นการขยายผลจากการอบรมหลักสูตร EIP ที่นำความรู้จากในห้องเรียนสู่แนวความคิดด้านนวัตกรรม
ปี 2567 บริษัทพิจารณาคัดเลือกผลงานนวัตกรรม จาก โครงการ Quick Win Improvement 2566 ที่สะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์จากผลงานที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ความคุ้มค่าในการลงทุน รวมถึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และนำมาต่อยอดในปี 2568 ดังนี้

บริษัทประสบปัญหาในการติดตั้งระบบควบคุมและระบบตรวจวัดค่าต่าง ๆ ภายในแนวท่อ ส่งน้ำดิบ รวมถึงระบบป้องกันการกัดกร่อนของท่อเหล็กใต้ดิน ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของการส่งจ่ายน้ำ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการวางแผนบำรุงรักษาท่อส่งน้ำในระยะยาว ดังนั้น เพื่อแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าวบริษัทจึงได้พัฒนา นวัตกรรม IoT Datalogger (EW Logger) ซึ่งทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์จัดเก็บและส่งผ่านข้อมูลผ่านเครือข่าย IoT โดยผ่านการออกแบบและพัฒนานวัตกรรมจากพนักงานของบริษัท
นวัตกรรมนี้ประยุกต์หลักการทำงานของระบบ SCADA มาใช้แทนอุปกรณ์ควบคุมและสื่อสารแบบเดิม ซึ่งต้องใช้พื้นที่ติดตั้งมากและมีต้นทุนสูง ส่งผลให้บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์สื่อสารและงานก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พื้นที่ติดตั้งนวัตกรรม และแผนการดำเนินงาน :
ดำเนินงานติดตั้งสำหรับ Pressure monitoring จำนวน 11 ชุด และ CP monitoring จำนวน 6 ชุด ในโครงข่ายท่อจังหวัดระยอง และชลบุรี
ผลการดำเนินงาน :
- นวัตกรรม IoT Datalogger (EW logger) ลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ประเภท Datalogger ลง ร้อยละ 70 (คิดเป็นเงิน ประมาณ 595,000 บาท)
- ติดตั้งง่ายในพื้นที่จำกัด
- รองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมจริง
- พร้อมต่อยอดกับงาน Monitoring และ SCADA เดิม
- ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากงานก่อสร้างและพลังงาน
