การจัดการมลพิษทางอากาศ
การจัดการมลพิษทางอากาศและก๊าซเรือนกระจก
มลพิษทางอากาศเป็นหนึ่งในประเด็นสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสุขภาพของมนุษย์ ระบบนิเวศ และสภาพภูมิอากาศโลก โดยสารมลพิษที่พบโดยทั่วไปและอาจก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง ได้แก่ ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) ก๊าซซัลเฟอร์ออกไซด์ (SOx) สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน และฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM10 และ PM2.5) รวมถึงก๊าซเรือนกระจก และสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน (Ozone Depleting Substances: ODS) ( (Disclosure 305-6, 305-7)
บริษัทตระหนักถึงผลกระทบดังกล่าว จึงได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ เพื่อระบุแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศที่อาจเกิดขึ้น และจัดทำมาตรการควบคุม ป้องกัน และลดผลกระทบอย่างเหมาะสม จากการประเมินความเสี่ยง พบว่ากระบวนการสูบส่งน้ำดิบของบริษัทไม่มีการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) ก๊าซซัลเฟอร์ออกไซด์ (SOx) สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และและสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน (ODS) โดยตรง อย่างไรก็ตามการปล่อยมลพิษทางอากาศและก๊าซเรือนกระจกอาจเกิดขึ้นทางอ้อมจากการใช้พลังงานไฟฟ้าที่บริษัทจัดซื้อมาจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ การไฟฟ้านครหลวง รวมถึงการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในยานพาหนะของบริษัท เป็นต้น

ฝุ่นละออง (PM10 และ PM2.5)
บริษัทให้ความสำคัญกับการจัดการผลกระทบด้านฝุ่นละอองตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะในกิจกรรมโครงการก่อสร้าง จากการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม พบว่า ประเด็นด้านฝุ่นละออง PM10 และ PM2.5 เป็นประเด็นความเสี่ยงที่สำคัญ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ สุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน และชุมชนโดยรอบพื้นที่โครงการ
บริษัทกำหนดให้มีการตรวจวัดและควบคุมค่าฝุ่นละอองในพื้นที่ก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด โดยค่ามาตรฐานฝุ่นละออง PM10 ต้องไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ PM2.5 ต้องไม่เกิน 37.50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินโครงการก่อสร้างระบบผลิตน้ำอุตสาหกรรมให้แก่นิคมอุตสาหกรรมเอกชนในพื้นที่จังหวัดระยอง และได้มีการสุ่มตรวจวัดค่าฝุ่นละอองภายในพื้นที่โครงการทั้งก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ระหว่างการปฏิบัติงาน และหลังการปฏิบัติงาน ดังนี้
| ค่าฝุ่น PM10 (ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ค่ามาตรฐาน ไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร |
ค่าฝุ่น PM2.5 (ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ค่ามาตรฐาน ไม่เกิน 37.50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร |
||||
|---|---|---|---|---|---|
| ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน (30 นาที) | ระหว่างปฏิบัติงาน | หลังปฏิบัติงาน (30 นาที) | ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน (30 นาที) | ระหว่างปฏิบัติงาน | หลังปฏิบัติงาน (30 นาที) |
| 59 | 114 | 77 | 11 | 22 | 16 |
จากการตรวจวัดค่าฝุ่นละอองของโครงการพบว่าค่าฝุ่นละออง PM10 และ PM2.5 อยู่ในระดับที่ไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิผลของมาตรการควบคุม และมาตรการป้องกันผลกระทบจากฝุ่นละออง ดังนี้
- จัดให้มีการปิดล้อมพื้นที่บริเวณก่อสร้าง ป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่น (เฉพาะบางพื้นที่ที่สามารถดำเนินการปิดล้อมพื้นที่ได้)
- การกองวัสดุที่มีฝุ่นละอองให้ปิดหรือคลุมหรือเก็บไว้ในที่ปิดล้อมหรือฉีดพรมด้วยน้ำหรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม
- จัดให้มีการฉีดสเปรย์น้ำตามบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง และรอบๆ พื้นที่ก่อสร้าง เพื่อเป็นการดักฝุ่น และทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันฝุ่นที่เกิดจากการก่อสร้าง มิให้ฟุ้งกระจายสู่ด้านนอกพื้นที่ก่อสร้าง
- ห้ามทำงานใกล้กับเครื่องจักรขนาดใหญ่ (รถแบคโฮ, รถดัมพ์)
- สวมใส่หน้ากาก หรือผ้าปิดจมูก ขณะอยู่ในพื้นที่ทำงาน
- ห้ามอยู่ใต้ลมช่วงที่กำลังทำงาน หรือในพื้นที่ที่เป็นภายในอาคาร
- เครื่องตัดคอนกรีต ต้องตรวจสภาพก่อนใช้งาน มีน้ำหล่อเลี้ยง
- เครื่องจักรที่ทำให้เกิดฝุ่น จะไม่มีผู้ปฏิบัติงานทำงานใกล้