การใช้พลังงานไฟฟ้า และมาตรการอนุรักษ์พลังงาน

(Disclosure 302-1,302-2,305-2)

พลังงานไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินงานของระบบสูบส่งและการจ่ายน้ำ รวมถึงเป็นต้นทุนหลักของบริษัท โดยปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าแปรผันตามปริมาณการสูบน้ำผ่านโครงข่ายท่อส่งน้ำ (Water Grid) ซึ่งประกอบด้วยสถานีสูบน้ำหลักจำนวน 19 สถานี และสถานีไฟฟ้าย่อยพร้อมมาตรวัดน้ำจำนวน 55 สถานี ดังนั้น บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพและความต่อเนื่องของระบบสูบและการจ่ายน้ำ (Reliability) เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำของผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วน โดยกำหนดเป้าหมายในการป้องกันความเสียหายของเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่อาจส่งผลให้ระบบสูบจ่ายน้ำหยุดชะงัก หรือเกิดการหยุดจ่ายน้ำจากโครงข่ายท่อส่งน้ำหลัก

ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดเกณฑ์การหยุดจ่ายน้ำเพื่อการบำรุงรักษาให้อยู่ภายใต้ระยะเวลาไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อครั้ง และสำหรับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีความสำคัญสูง (Class A) บริษัทกำหนดให้ต้องไม่มีการหยุดทำงาน เพื่อคงไว้ซึ่งความมั่นคงและความเชื่อถือได้ของระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำในระยะยาว

กระบวนการสูบส่งน้ำ และอาคารสำนักงาน เพื่อเป็นการลดการใช้พลังงาน ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ กลุ่มบริษัท ผ่านคณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน ซึ่งนอกจากจะเป็นการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายให้กับบริษัทแล้วยังช่วยลดปัญหา “ภาวะโลกร้อน” ได้อีกทางหนึ่งด้วย สำหรับการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์พลังงานจะครอบคลุมการใช้พลังงานของกลุ่มบริษัท ดังนี้

  1. สถานีสูบน้ำที่ขึ้นทะเบียนเป็นโรงงานควบคุมทั้งสิ้น 11 โรงงาน
    ได้แก่ สถานีสูบน้ำหนองปลาไหล (2-3) สถานีสูบน้ำบางปะกง/สถานีสูบน้ำแรงดันต่ำบางปะกง สถานีสูบน้ำฉะเชิงเทรา สถานีสูบน้ำอ่างเก็บน้ำบางพระ สถานีสูบน้ำเพิ่มแรงดันสำนักบก สถานีสูบน้ำประแสร์ สถานีสูบน้ำหนองค้อ สถานีสูบน้ำแรงสูงสระทับมา/สถานีสูบน้ำแรงดันต่ำสระทับมา สถานีสูบน้ำคลองทับมา สถานีสูบน้ำแม่น้ำระยอง และสถานีสูบน้ำผลิตน้ำอุตสาหกรรม โดยมีสถานีที่อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนเป็นโรงงานควบคุม 2 สถานี คือ สถานีสูบน้ำเพิ่มแรงดันหนองปลาไหล และสถานีสูบน้ำเพิ่มแรงดันมาบตาพุด
  2. อาคารควบคุม 1 อาคาร
    ได้แก่ อาคารสำนักงานใหญ่ โดยเป้าหมายในแต่ละปีจะใช้ผลการประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานของปีก่อนมากำหนดเพื่อลดระดับการใช้พลังงานในปีถัดไป ทั้งในระดับองค์กร ในระดับการผลิตหรือบริการ และในระดับอุปกรณ์ โดยพิจารณาจากระดับการสูญเสียพลังงานที่เกิดขึ้นและโอกาสที่จะดำเนินการปรับปรุง
  3. สถานีไฟฟ้าย่อย จำนวน 55 สถานี
  4. กิจการประปาและกิจการอื่นๆ(ระบบผลิตน้ำอุตสาหกรรม ระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบน้ำรีเคลม)ของบมจ.ยูยู จำนวน 17 กิจการ
สรุปผลการดำเนินงานในโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานปี 2568 มีดังนี้ (Disclosure 302-4, 305-2, 305-5)
- มาตรการการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้า ประจำปี 2568
สถานที่ โครงการ ก่อนปรับปรุง
(กิโลวัตต์-ชั่วโมง/ ปี)
หลังปรับปรุง
(กิโลวัตต์-ชั่วโมง/ ปี)
ประหยัดพลังงาน
(กิโลวัตต์-ชั่วโมง/ ปี)
สำนักงานใหญ่ 1. มาตรการเปลี่ยนปั๊มน้ำประสิทธิภาพสูง 96,271.50 71,220.74 25,050.76
2. มาตรการใช้ระบบโอโซนร่วมกับหอผึ่งน้ำ 488,231.74 483,712.18 4,519.56
3. มาตรการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ Air Split Type 230,609.39 223,691.10 6,918.28
4. มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพหอผึ่งเย็น 483,601.63 476,347.61 7,254.02
รวม 1,298,714.26 125,4971.63 43,742.63
คิดเป็นการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (kg-CO₂eq) 616,889.27 596,111.52 สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
>20,777.75 kg-CO₂eq
พื้นที่ปฏิบัติการ
สถานีสูบน้ำหนองปลาไหล(2-3) สถานีสูบน้ำบาง ปะกง สถานีสูบน้ำประแสร์ สถานีสูบน้ำแรงสูงสระ ทับมา สถานีสูบน้ำอ่างเก็บน้ำบางพระ และสถานี สูบน้ำผลิตน้ำอุตสาหกรรม โดยมี 5 สถานี ที่ได้รับผ่อนผันไม่ต้องจัดทำมาตรการอนุรักษ์พลังงานตามกฎหมายกำหนด ดังนี้ สถานีสูบน้ำฉะเชิงเทรา สถานีสูบน้ำคลองทับมา สถานีสูบน้ำเพิ่มแรงดันสำนักบก สถานีสูบน้ำแม่น้ำระยอง สถานีสูบน้ำหนองค้อ
1. มาตรการลดชั่วโมงการเดินเครื่องปรับอากาศ 49,285.90 45,019.40 4,266.50
2. มาตรการเปลี่ยนหลอดไฟประหยัดพลังงาน 2317.90 1,419.12 898.78
3. มาตรการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ 242,285.99 237,535.28 4,750.71
4. มาตรการเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ 78,840.00 43,800.00 35,040.00
รวม 372,729.79 327,773.80 44,955.99
คิดเป็นการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (kg-CO₂eq) 177,046.65 155,692.56 สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
21,354.09 kg-CO₂eq
บมจ.ยูยู
สำนักงานใหญ่ บจก.บางปะกง บจก.ฉะเชิงเทรา บจก.นครสวรรค์ บจก.เอ็กคอมธารา กิจการประปาระยอง กิจการประปาสัตหีบ กิจการประปาบ่อวิน กิจการประปา หัวรอ กิจการประปาชลบุรี กิจการประปาหนองขาม
1. โครงการเปลี่ยนมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง 2,372,133.00 2,228,302.62 143,830.38
2. โครงการเปลี่ยนหลอดไฟแสงสว่างชนิดฟลูออเรสเซนต์เป็นชนิด LED 146,229.75 65,377.40 80,852.35
3. โครงการปรับปรุงท่อทางดูดปั๊มเพื่อลดโหลดมอเตอร์ 171,465.70 145,937.31 25,528.39
4. โครงการติดตั้งอินเวอร์เตอร์ที่ปั๊มน้ำ 3,477,325.43 2,078,360.65 1,398,964.78
5. โครงการติดตั้งระบบ VSD กับปั๊มน้ำแรงดันสูง 3,131,069.19 2,586,795.00 544,274.19
รวม 9,298,223.07 7,104,772.98 2,193,450.09
คิดเป็นการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (kg-CO₂eq) 4,416,655.96 3,374,767.17 สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
1,041,888.79 kg-CO₂eq

จากมาตรการการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปี 2568 ในแต่ละพื้นที่สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวม 1,084.02 ตัน

อ้างอิงหลักการคำนวณ จาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) Emission Factor (www.tgo.or.th)

ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดแผนพัฒนางานด้านการอนุรักษ์พลังงานและนวัตกรรม ในปี 2569 ต่อเนื่อง ดังนี้

  1. มาตรการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ Air Split Type
  2. มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ Air Split Type ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
  3. มาตรการลดการรั่วไหลของระบบลมอัด

โดยกำหนดเป้าหมายการลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 3.00 ต่อปี

มาตรการการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้า เทียบปี 2565 – 2568 (Disclosure 305-5)

กลุ่มบริษัทได้นำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ทดแทนพลังงานไฟฟ้าในการดำเนินงานในพื้นที่สำนักงานใหญ่ พื้นที่ปฏิบัติการ (สถานีสูบน้ำ) สถานีผลิตน้ำอุตสาหกรรมปลวกแดง สถานีผลิตน้ำแพงพวย กิจการประปาราชบุรี และสถานีผลิตน้ำอุตสาหกรรมอมะซิตี้ ระยอง 2 สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวม 337.07 ton-Co2eq รายละเอียดดังนี้

สถานที่ รูปแบบ ระยะเวลาดำเนินการ (ม.ค - ธ.ค.)
2565 2566 2567 2568
บริษัท
สำนักงานใหญ่ SOLAR ROOFTOP SYSTEM (กิโลวัตต์-ชั่วโมง/ ปี) 26,955.00 25,621.00 25,482.00 19,435.00
พื้นที่ปฏิบัติการ (สถานีสูบน้ำ) ยังไม่ได้ดำเนินการ 6,970.58 133,826.74
บมจ.ยูยู
สถานีผลิตน้ำแพงพวย กิจการประปาราชบุรี SOLAR ROOFTOP SYSTEM (กิโลวัตต์-ชั่วโมง/ ปี) 302,503.86 209,362.60 209,362.00 499,010.00
สถานีผลิตน้ำอุตสาหกรรมปลวกแดง ยังไม่ได้ดำเนินการ 43,603.87
สถานีผลิตน้ำอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง 2 ยังไม่ได้ดำเนินการ 13,740.00

อ้างอิงหลักการคำนวณ จาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) Emission Factor (www.tgo.or.th)

ในปี 2569 บริษัทส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก และปัญหา โลกร้อน จำนวน 2 สถานี ดังนี้

ลำดับ สถานี กำลังการผลิต (กิโลวัตต์) ปริมาณการใช้พลังงาน (กิโลวัตต์-ชั่วโมง/ ปี) หมายเหตุ
1 สถานีสูบน้ำบางพระ 116.42 - อยู่ระหว่างดำเนินการขออนุญาตใช้พื้นที่ก่อสร้าง
2 สถานีสูบน้ำประแสร์ 3,032.64 - อยู่ระหว่างดำเนินการติดตั้ง

สรุปการใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังงานเชื้อเพลิงของบริษัทในปี 2568 มีการใช้พลังงานจาก 3 รูปแบบ คือ พลังงานจากไฟฟ้า พลังงานจากแสงอาทิตย์ และพลังงานจากน้ำมัน (ประเภทดีเซล และประเภทเบนซิน) คิดเป็น 125,785,838.11 กิโลวัตต์-ชั่วโมง โดยเป็นการคำนวณจาก

  1. สถานีสูบน้ำ 122,994,413.89 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
  2. สำนักงานใหญ่อาคารอีสท์วอเตอร์ 1,589,882.64 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
  3. สถานีไฟฟ้าย่อยตามแนวท่อส่งน้ำบริษัท 231,367.91 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
  4. น้ำมันรถยนต์ผู้บริหาร-รถบริษัท 96,824.74 ลิตร คิดเป็น 3,489,833.33 เมกะจูล หรือ 970,173.67 กิโลวัตต์-ชั่วโมง

ประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความเข้มพลังงาน (Disclosure 302-3, 302-5)

ในปี 2568 บริษัทมีการใช้พลังงานรวมลดลงเมื่อเทียบกับปี 2567 จำนวน 292,776.68 กิโลวัตต์-ชั่วโมง คิดร้อยละ 0.23 ของปริมาณพลังงานที่ใช้ในปี 2567 สะท้อนถึงความพยายามในการบริหารจัดการและควบคุมการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในมิติของ ความเข้มการใช้พลังงาน (Energy Intensity) ซึ่งสะท้อนประสิทธิภาพการใช้พลังงานต่อหน่วยน้ำสูบส่งทั้งระบบ พบว่า การใช้พลังงานของบริษัท (ไม่รวมพลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์) ต่อหน่วยน้ำสูบส่งทั้งระบบ เท่ากับ 0.54 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อลูกบาศก์เมตร (kWh/ลบ.ม.) เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 31.71

ในส่วนของการใช้พลังงานต่อหน่วยน้ำจำหน่าย (ไม่รวมพลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์) เท่ากับ 0.63 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อลูกบาศก์เมตร (kWh/ลบ.ม.) เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 22.58

การเพิ่มขึ้นของความเข้มพลังงานดังกล่าว มีสาเหตุหลักจากการที่บริษัทได้ขยายการสูบส่งน้ำผ่านโครงข่ายท่อส่งน้ำที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเพิ่มเติมในปี 2568 เพื่อเพิ่มเสถียรภาพของระบบและลดการพึ่งพาแหล่งน้ำจากภายนอก ซึ่งแม้จะส่งผลให้ปริมาณพลังงานต่อหน่วยน้ำเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในระยะยาว