การจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ

บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคง และรักษาเสถียรภาพด้านแหล่งน้ำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพราะน้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญต่อทุกชีวิต บริษัทจึงให้ความสำคัญต่อการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงดำเนินธุรกิจด้วยความตระหนักถึงผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยกำหนดมาตรการเพื่อป้องกัน หลีกเลี่ยง และลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบทางลบ ผ่านการจัดกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และชุมชน เพื่อส่งเสริม การอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพทำให้เกิดความสมดุลทางระบบนิเวศ เช่น การร่วมประชุมกับหน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มผู้ใช้น้ำผ่านการประชุม KEYMAN WATER WAR ROOM การปลูกป่าชุมชน การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ การสร้างโรงเรียนต้นแบบระบบบำบัดน้ำเสียโรงอาหาร และการสร้างเยาวชนให้เป็นเครือข่ายอีสท์วอเตอร์รักษ์น้ำในการเฝ้าระวังและดูแลแหล่งน้ำ

ในปี 2568 บริษัทได้ประกาศนโยบายด้านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อแสดงออกถึงความใส่ใจต่อผลกระทบ ด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งภายใต้นโยบายดังกล่าวบริษัทมีแผนการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพครอบคลุมทุกพื้นที่ปฏิบัติการของบริษัท พร้อมทั้งส่งเสริมการสื่อสาร การปลูกจิตสำนึก และ การให้ความรู้แก่พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

การศึกษาการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำ

บริษัทให้ความสำคัญต่อผลศึกษาการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำ เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการสูบส่งน้ำผ่านโครงข่ายท่อส่งน้ำดิบของบริษัท ที่กระทบต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำนั้น ๆ โดยบริษัทมีกระบวนการตรวจวัดโดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อกระบวนการผลิตของลูกค้า (Disclosure 303-1:2018 ) ดังนี้

  1. การตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำจากหน่วยงานภายนอก บริษัทดำเนินการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำจากหน่วยงานภายนอกในแหล่งน้ำหลักและแหล่งน้ำสำรองของบริษัท รวมทั้งสิ้น 13 จุด โดยมีการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั้งทางกายภาพ และทางเคมีเป็นรายเดือน หลังจากได้รับผลการวิเคราะห์ บริษัทจะดำเนินการวิเคราะห์แนวโน้ม สาเหตุ และปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำ พร้อมจัดทำรายงานและสื่อสารผลการตรวจวัดไปยังหน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกลุ่มลูกค้า โดยผ่านแผนกลูกค้าสัมพันธ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนและการบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม
  2. การตรวจคุณภาพน้ำแบบเครื่องตรวจวัดออนไลน์ บริษัทติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบออนไลน์ในจุดสำคัญของระบบท่อส่งน้ำจำนวน 20 จุด โดยติดตามและประเมินผลคุณภาพน้ำผ่านระบบควบคุมและประเมินผลแบบศูนย์รวม (Supervisory Control and Data Acquisition: SCADA) ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำได้อย่างต่อเนื่องและทันท่วงที ทั้งนี้ บริษัทมีการสื่อสารผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำไปยังกลุ่มลูกค้าเป็นประจำรายวัน

ทั้งนี้ บริษัทได้นำผลตรวจคุณภาพน้ำจากแหล่งน้ำต่าง ๆ เทียบกับข้อมูลคุณภาพน้ำดิบย้อนหลัง 9 ปี เพื่อติดตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำ จากการติดตาม และเฝ้าระวังคุณภาพน้ำพบว่า ค่าดัชนีคุณภาพน้ำ (Water Quality index : WQI อ้างอิงจากกรมควบคุมมลพิษ) ปี 2568 ของอ่างเก็บน้ำหลักส่วนใหญ่มีคุณภาพน้ำเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์พอใช้

  อ่างเก็บน้ำดอกกราย อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล อ่างเก็บน้ำบางพระ อ่างเก็บน้ำหนองค้อ อ่างเก็บน้ำประแสร์ อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่
2560 75 ดี 68 พอใช้ 74 ดี 61 พอใช้ 77 ดี 63 พอใช้
2561 61 พอใช้ 63 พอใช้ 66 พอใช้ 75 ดี 68 พอใช้ 61 พอใช้
2562 61 พอใช้ 66 พอใช้ 57 เสื่อมโทรม 71 ดี 72 ดี 64 พอใช้
2563 64 พอใช้ 66 พอใช้ 65 พอใช้ 76 ดี 64 พอใช้ 61 พอใช้
2564 65 พอใช้ 75 ดี 65 พอใช้ 76 ดี 75 ดี 74 ดี
2565 66 พอใช้ 67 พอใช้ 64 พอใช้ 72 ดี 74 ดี 73 ดี
2566 65 พอใช้ 65 พอใช้ 53 เสื่อมโทรม 48 เสื่อมโทรม 73 ดี 61 พอใช้
2567 62 พอใช้ 65 พอใช้ 59 เสื่อมโทรม 69 พอใช้ 72 ดี 66 พอใช้
2568 64 พอใช้ 66 พอใช้ 62 พอใช้ 69 พอใช้ 62 พอใช้ 66 พอใช้

จากข้อมูลค่าดัชนีคุณภาพน้ำ ข้างต้น พบว่าคุณภาพน้ำดิบโดยรวมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน แต่บางพารามิเตอร์ เช่น ค่าการนำไฟฟ้า และค่าของแข็งละลายน้ำทั้งหมด (Total Dissolved Solids : TDS) มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ส่งผลกระทบต่อความต้องการปริมาณน้ำสำหรับกระบวนการผลิตของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากน้ำดิบบางส่วนที่ไม่ได้คุณภาพต้องปล่อยทิ้งออกจากระบบผลิต ซึ่งหากค่าดัชนีคุณภาพน้ำยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จะส่งผลต่อปริมาณน้ำดิบในอ่างเก็บน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้น บริษัทจึงได้จัดทำแผนเพิ่มมาตรการติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ บริษัทและลูกค้าได้ประสานงานเรื่องการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำจากต้นทาง และปลายทางที่ส่งไปยังลูกค้าแต่ละราย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการ และความรวดเร็วในการเข้าปรับปรุงคุณภาพน้ำให้แก่ลูกค้า ดังนี้

  1. กรณีที่บริษัทพบสิ่งผิดปกติที่นอกเหนือจากพารามิเตอร์จากเครื่องตรวจวัดออนไลน์จากแหล่งน้ำต้นทาง จะแจ้งข้อมูลไปยังลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมในการปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อนเข้าสู่ระบบการผลิต
  2. กรณีที่ไม่พบสิ่งผิดปกติจากแหล่งน้ำต้นทาง แต่ลูกค้าพบสิ่งผิดปกติจากน้ำที่รับเข้าสู่กระบวนการผลิต ลูกค้าจะแจ้งกลับมายังบริษัท เพื่อให้บริษัทเข้าดำเนินการปรับปรุงแก้ไขระบบให้คุณภาพน้ำกลับมาสภาวะปกติ
  3. กรณีที่มีการปรับระบบส่งจ่ายในทุก ๆ ครั้ง บริษัทจะดำเนินการแจ้งเตือนลูกค้าให้ทราบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการปรับระบบส่งจ่ายต่าง ๆ โดยคำนึงถึงผลกระทบ และความต้องการใช้น้ำของลูกค้าเสมอ

การส่งเสริมกิจกรรมความหลากหลายทางชีวภาพร่วมกับภาครัฐ และชุมชน

  1. การทำข้อตกลงร่วมกับภาครัฐ และชุมชนในการสูบน้ำจากแม่น้ำบางปะกงในช่วงฤดูน้ำหลาก
    บริษัทได้ทำข้อตกลงร่วมกับภาครัฐในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และชุมชนในเรื่องช่วงเวลาที่บริษัทสามารถสูบน้ำจากแม่น้ำบางปะกง โดยบริษัทจะเริ่มสูบน้ำได้ในกรณีที่คุณภาพน้ำมีระดับค่าความเค็มของน้ำน้อยกว่า 1 กรัม/ลิตร ซึ่งตรวจวัดคุณภาพน้ำ ณ สถานที่ตรวจวัดอำเภอบ้านโพธิ์ เพื่อลดผลกระทบค่าความเค็มของน้ำต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ
  2. การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพในแม่น้ำบางปะกง และอ่างเก็บน้ำบางพระ
    บริษัทมีการสูบส่งน้ำจากแม่น้ำบางปะกงในช่วงฤดูน้ำหลาก ไปฝากไว้ที่อ่างเก็บน้ำบางพระตามข้อตกลงร่วมกับภาครัฐ และชุมชน ดังนั้น บริษัทจึงได้ศึกษาข้อมูลพันธุ์สัตว์น้ำในแม่น้ำบางปะกง และอ่างเก็บน้ำบางพระจากกองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง เพื่อนำมาวางแผนในการจัดกิจกรรมส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพของบริษัท พบว่าในแม่น้ำบางปะกง จากฐานข้อมูลพบพันธุ์ปลา จำนวน 264 ชนิด ถือเป็นแหล่งน้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีพันธุ์ปลาหายาก 20 ชนิด ตั้งแต่ปี 2558 – 2567 มีชนิดพันธุ์ปลาที่สำรวจพบเป็นพันธุ์ปลาพื้นเมืองในแม่น้ำบางปะกง ซึ่งในการสำรวจจะพบจำนวนมากหรือน้อยในแต่ละปีนั้นมีความผันแปรตามฤดูกาลจากน้ำทะเลหนุนเข้าสู่แม่น้ำบางปะกง และปริมาณฝนจากน้ำท่าที่ไหลลงสู่แม่น้ำไปผลักดันมวลน้ำเค็ม ชนิดพันธุ์ปลาในแม่น้ำบางปะกงมีทั้งชนิดพันธุ์ปลาน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม และมีการอพยพว่ายขึ้นลงในแม่น้ำตามความเค็มของน้ำในแต่ละฤดูกาล ส่วนอ่างเก็บน้ำบางพระพบความหลากหลายของชนิดพันธุ์ปลารวม 45 ชนิด 18 วงศ์ โดยวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) พบมากที่สุด 16 ชนิด โครงสร้างประชาคมปลาส่วนใหญ่เป็นปลาเกล็ด ปลาที่พบมาก ได้แก่ ปลาตะเพียน ปลายี่สกเทศ ปลาแขยงข้างลาย ปลาหมอช้างเหยียบ ปลานิล ปลาจิ้มฟันจระเข้ ปลาแป้นแก้ว และปลาบู่ทราย
  3. โครงการเครือข่ายอีสท์วอเตอร์รักษ์น้ำ
    บริษัทร่วมกับกลุ่มนักรบสิ่งแวดล้อม/นักสืบสายน้ำ ภายใต้สมาคมรักษ์สิ่งแวดล้อมฉะเชิงเทรา และศูนย์เฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพน้ำอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตาม เฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพน้ำของแม่น้ำบางปะกง และแหล่งน้ำในจังหวัดระยอง รวมถึงมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียน และทุนจัดหาอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ เพื่อเสริมทักษะวิชาการ ตลอดจนร่วมจัดกิจกรรมปลูกป่าต้นน้ำ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในแม่น้ำบางปะกง ค่ายส่งเสริมความรู้การตรวจคุณภาพน้ำ
  4. โครงการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และแหล่งน้ำ
    การฟื้นฟูป่าไม้ไม่ใช่แค่เพียงการลงมือปลูกต้นไม้ แต่เป้าหมายคือการฟื้นคืนระบบนิเวศทั้งระบบ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์คือแหล่งต้นน้ำที่สำคัญ สามารถช่วยดูดซับน้ำฝนไว้ใต้ดิน ช่วยชะลอการไหล ของน้ำ และช่วยลดการพังทลายของหน้าดินจนกลายเป็นลำธารสายน้ำเล็ก ๆ ดังนั้น บริษัทจึงร่วมกับเครือข่ายป่าชุมชนรอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก จัดกิจกรรมฟื้นฟูป่าต้นน้ำในพื้นที่ปฏิบัติการของบริษัท