ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำ ณ วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.00 น. พบว่าคุณภาพน้ำอยู่ใน เกณฑ์ดี และมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าที่เกี่ยวข้องกับความเค็ม ได้แก่ Conductivity, TDS, Salinity และ Chlorinity ที่ลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงต้นเดือน สะท้อนว่าสถานการณ์น้ำดิบในแม่น้ำบางปะกงมีความเหมาะสมสำหรับการผลิตน้ำประปาและการใช้น้ำของภาคอุตสาหกรรม
- Conductivity = 583 µS/cm เป็นค่าความสามารถในการนำไฟฟ้าของน้ำ ซึ่งบ่งชี้ปริมาณเกลือแร่และสารละลายในน้ำ ยิ่งค่าน้อย ยิ่งแสดงว่าน้ำมีความเค็มลดลง โดยค่าปัจจุบันลดลงจากต้นเดือนที่ประมาณ 1,500 µS/cm
- TDS = 5 mg/L เป็นปริมาณสารทั้งหมดที่ละลายในน้ำ เช่น แร่ธาตุและเกลือต่าง ๆ ค่านี้อยู่ในระดับเหมาะสมสำหรับน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปา
- Salinity = 30 g/L เป็นค่าความเค็มโดยรวมของน้ำ ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนว่าน้ำจืดมีปริมาณเพิ่มขึ้น และยังไม่พบสัญญาณการรุกล้ำของน้ำเค็มที่น่ากังวล
- Chlorinity = 75 mg/L เป็นปริมาณคลอไรด์ในน้ำ ซึ่งใช้เฝ้าระวังการรุกล้ำของน้ำทะเล ค่านี้ลดลงจากช่วงต้นเดือนอย่างมาก แสดงว่าความเสี่ยงจากน้ำเค็มลดลงอย่างชัดเจน
- pH = 53 เป็นค่าความเป็นกรด-ด่างของน้ำ โดยค่าใกล้ 7 ถือว่าเป็นกลาง ค่าปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ปกติ เหมาะสมต่อการผลิตน้ำประปาและการใช้งานทั่วไป
อีสท์ วอเตอร์ มีการบริหารจัดการน้ำผ่านระบบโครงข่ายท่อส่งน้ำเชื่อมโยง (Water Grid) โดย ก่อนสูบน้ำกลับไปเก็บสำรองที่อ่างเก็บน้ำบางพระ จะมีการส่งจ่ายน้ำให้กับลูกค้าตลอดแนวเส้นทาง ทั้งภาคอุตสาหกรรมและผู้ใช้น้ำในพื้นที่ พร้อมดำเนินการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่องในทุกขั้นตอน ตั้งแต่แหล่งน้ำดิบ ระหว่างการลำเลียง จนถึงจุดส่งมอบ เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำที่ส่งถึงลูกค้ามีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
ด้วยระบบติดตามคุณภาพน้ำแบบต่อเนื่องและการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ อีสท์ วอเตอร์ พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับทุกภาคส่วนว่า สามารถบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเสถียรภาพ และรองรับความต้องการใช้น้ำได้อย่างต่อเนื่อง