ข้อมูลความยั่งยืน

จัดการนํ้าเพื่อชีวิต เพื่อเศรษฐกิจ เพื่อชุมชน

ข้อมูลความยั่งยืน

ด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านนํ้า

ส่งเสริมสาธารณูปโภคด้านน้ำและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

การพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อให้มีความพร้อมกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยมุ่งเน้นระบบน้ำซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่นที่มีระบบการเกษตรกรรมเป็นฐาน ซึ่งสามารถสะท้อนความมุ่งมั่นต่อประเด็นดังกล่าว ผ่านการดำเนินกิจกรรม หรือโครงการต่างๆ ที่มีความโดดเด่น ดังนี้

1.โครงการอบรมประปาชุมชน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2552 โดยมีการสำรวจความต้องการของชุมชน และสภาพปัจจุบันของระบบประปาหมู่บ้านที่มีอยู่ แล้วนำมาวิเคราะห์ข้อมูลและดำเนินการปรับปรุงระบบประปา รวมถึงจัดการฝึกอบรมให้แก่คณะกรรมการชุมชน ในเรื่องการปรับปรุง ดูแลรักษา หรือพัฒนาระบบผลิตและคุณภาพน้ำให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงให้ความรู้ด้านการบริหารกิจการประปา เรียนรู้ต้นทุนการผลิต และหลักการบริหารธุรกิจ เพื่อให้ชุมชนสามารถบริหารกิจการประปาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพารัฐบาล ผลสำเร็จและบทเรียนที่ได้รับ

  • ปี 2552-2553 บริษัทฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงระบบประปาชุมชนไปจำนวน 8 หมู่บ้านใน 3 ตำบล และจัดอบรมให้แก่ 17 อบต. ใน 3 จังหวัด (ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา)
  • ปี 2554 บริษัทฯได้ดำเนินการปรับปรุงระบบประปาในพื้นที่จ.ระยอง รวม 2 หมู่ ได้แก่ หมู่ 6 ต. แม่น้ำคู้ และหมู่ 7 ต.หนองระลอกจำนวนชุมชนรวม 536 ครัวเรือน
  • ปี 2555 บริษัทฯได้ดำเนินการปรับปรุงระบบประปา รวมทั้งสิ้น 6 แห่ง ได้แก่ หมู่ 1, 2, 5, 6 ต.วังจันทร์ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง และหมู่ 2,3  ต.คลองเขื่อน อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา จำนวนชุมชนรวม 841 ครัวเรือน
  • ปี 2556 บริษัทได้ดำเนินการปรับปรุงระบบประปา รวมทั้งสิ้น 2 แห่ง ได้แก่ หมู่ 1,2,3,4 ต.หนองไร่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง และหมู่ 1-8 ต.ป่ายุปในอ.วังจันทร์ จ.ระยอง
  • ปี 2557 บริษัทฯได้จัดฝึกอบรมให้แก่คณะกรรมการชุมชน หมู่ 1-8 ต.ป่ายุปใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง

ปัจจุบัน โครงการดังกล่าวสามารถช่วยให้ชุมชนเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดได้มากกว่า 313 ล้านลิตร/ปี หรือ 5,731 ครัวเรือน​

2.โครงการน้ำดื่มสะอาดเพื่อชุมชน สามารถแบ่งออกได้ดังนี้   

  • รถน้ำดื่มเคลื่อนที่ระบบ RO ได้เริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 2543 มีจำนวนทั้งสิ้น 4 คัน ให้บริการน้ำดื่มสะอาดกับชุมชนโดยร่วมในกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ต่างๆ เช่น จังหวัดเคลื่อนที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเคลื่อนที่ กิจกรรมและงานประเพณีประจำปี และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ 

  • น้ำดื่มสะอาดบรรจุแบบขวดและแก้วโดยสนับสนุนในกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ 

  • ตู้น้ำดื่มสะอาดระบบ RO โดยบริจาคให้กับชุมชน โรงเรียน และหน่วยงานในพื้นที่เมื่อได้รับการประสาน 

  • ท่อธารสำหรับบริการน้ำดิบ ให้กับประชาชนและหน่วยงานราชการในพื้นที่ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งมีจุดติดตั้งทั้งหมด จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ 

1. ณ สถานีสระพักน้ำดิบมาบข่า ตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง
2. ณ สถานีสูบน้ำอ่างเก็บน้ำดอกกราย ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง
3. ณ สถานีสูบน้ำเพิ่มแรงดัน ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง
4. ณ สถานีสูบน้ำมาบตาพุด เลขที่ 477 ถนนสุขุมวิท ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
5. ณ สถานีสูบน้ำคลองเขื่อน ตำบลคลองเขื่อน อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา
6. ณ สถานีประแสร์หนองปลาไหล อบต.ละหาร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง

3.โครงการสนับสนุนการทำฝนหลวง ด้วยตระหนักถึงความสำคัญในการประสานความร่วมมือด้านการป้องกัน และแก้ไขปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งการจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศให้เพียงพอเกิดประโยชน์อย่างทั่วถึง ดังนั้นในปี 2553-2556 จึงได้สนับสนุนงบประมาณแก่ กองงงานส่วนพระองค์    สำนักพระราชวัง เพื่อสนับสนุนโครงการฝนหลวงพิเศษเป็นประจำต่อเนื่องให้นำไปใช้ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การซื้อสารเคมีในการปฏิบัติการฝนหลวง ค่าเชื่อเพลิงในการบินทำฝนหลวง การก่อสร้างอันเกี่วเนื่องกับภารกิจฝนหลวงและการบินเกษตร ตลอดจนการดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับภารกิจฝนหลวงและการบินเกษตร โดยให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง การสนับสนุนการทำฝนหลวงนั้นได้ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในภาคเกษตรกรรม และอุตสากหรรม เกษตรกรทั้งชาวไร่ ชาวนา และชาวสวน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถเก็บผลผลิตได้มากขึ้น นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ประชาชนไม่ขาดแคลนน้ำในการอุปโภค บริโภค ทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์ในเรื่องการผลักดันน้ำเค็มบริเวณลุ่มแม่น้ำบางปะกง ที่สำคัญคือ เป็นการสร้างความชุ่มชื้นให้กับผืนป่าภาคตะวันออก สามารถบรรเทาปัญหาการเกิดไฟป่าให้ลดน้อยลงไปได้ นับเป็นการ  อนุรักษ์และดูแลให้ผืนป่าภาคตะวันออกมีความอุดมสมบูรณ์สืบไป (ณ ปัจจบัน โครงการสิ้นสุดแล้ว)

4.โครงการระบบบำบัดน้ำเสียในโรงอาหารของโรงเรียนโครงการนี้ถือเป็นโครงการที่ต่อยอดจากโครงการค่ายผู้นำเยาวชนอนุรักษ์น้ำ ซึ่งเกิดจากแนวความคิดที่ว่า ปัจจุบัน ชุมชน อาคาร บ้านเรือน และแหล่งสถานศึกษา เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่สำคัญไม่ต่างไปจากอุตสาหกรรมขนาดเล็ก เนื่องจากมีการใช้น้ำและปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติในปริมาณมากโดยไม่ผ่านกระบวนการบำบัดขั้นต้น ทำให้แหล่งน้ำธรรมชาติเสื่อมโทรม มีคุณภาพน้ำค่อนข้างต่ำ ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดฉะเชิงเทรา ซี่งมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านระบบบำบัดน้ำเสียในครัวเรือน จัดทำโครงการระบบบำบัดน้ำเสียในโรงอาหารของโรงเรียนขึ้น ซึ่งริเริ่มโดยการสร้างและติดตั้งถังดักไขมันในโรงอาหารของโรงเรียน แล้วนำน้ำเสียในโรงอาหารที่ผ่านการบำบัดแล้วไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น นำไปรดน้ำพืชผักสมุนไพรต่าง ๆ ที่นักเรียนช่วยกันปลูกไว้ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง อันเป็นการจัดการน้ำภายใต้กรอบแนวคิด 3 R (Reduce-Reuse-Recycle) ทั้งนี้นอกจากทำให้โรงเรียนมีการใช้น้ำน้อยลง และลดความฟุ่มเฟือยทรัพยากรน้ำ โดยการนำกลับมาใช้ซ้ำและการหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ แล้วยังมุ่งหวังให้เกิดการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับชุมชนที่เป็นสถานศึกษา โดยตั้งเป้าหมายให้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการเป็นโรงเรียนต้นแบบที่มีระบบบำบัดน้ำเสียในโรงอาหารที่ได้มาตรฐาน และนับตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปี 2558 มีการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียจากโรงอาหาร ไปแล้วทั้งสิ้น235 แห่ง  ปัจจุบัน  บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ทั้ง 3 จังหวัด (ระยอง,ชลบุรี และฉะเชิงเทรา) รวม 7 เขต  จัดทำโครงการโรงเรียนต้นแบบระบบบำบัดน้ำเสียโรงอาหาร  ซึ่งอยู่ระหว่างสัมมนาตั้งเกณฑ์ประเมินผลโครงการฯ

5.โครงการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งน้ำ ให้เปลี่ยนเป็นโครงการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งน้ำ กว่า 23 ปี อีสท์ วอเตอร์ ได้ตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งน้ำหลักซึ่งเป็นหัวใจในการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พื้นที่ป่าเขตรอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก (ระยอง, ชลบุรี, สระแก้ว, ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา) ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งต้นน้ำหลายสายที่สำคัญต่อการพัฒนาภาคตะวันออกเปรียบเสมือนสายโลหิตที่หล่อเลี้ยงชีวิตและชุมชนในภาคตะวันออก (แม่น้ำบางปะกง, แม่น้ำปราจีนบุรี, แม่น้ำจันทบุรี, แม่น้ำประแสร์, และคลองโตนด)ซึ่งได้แก่ อ่างเก็บน้ำใน จ.ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำดอกกราย อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ อ่างเก็บน้ำบางพระ ตลอดจนคลองต่างๆ และแม่น้ำแม่บางปะกง เป็นต้น เพื่อช่วยแบ่งเบาภารหน้าที่ของรัฐในการดูแลรักษาแหล่งต้นน้ำต่างๆ อาทิ กิจกรรมปลูกต้นกล้า คืนป่าสู่ธรรมชาติ ,กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ให้กลับมาสมบูรณ์ ช่วยรักษาระบบนิเวศน์  โดยในปี 2558 ได้จัดทำโครงการเพาะกล้าน้อย ร้อยผืนป่าภาคตะวันออก เฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ขึ้น จำนวน 50,000 กล้า  และร่วมกับเครือข่ายป่าชุมชนรอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก สร้างฝายชะลอน้ำ ณ บ้านอ่างกระพงศ์

6.โครงการเครือข่ายอีสท์วอเตอร์รักษ์น้ำ ในปี 2551 – 2556  บริษัทฯ ได้จัดโครงการค่ายเยาวชนผู้นำอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ  โดยร่วมกับสำนักงานพื้นที่เขตการศึกษาฯในพื้นที่ปฏิบัติการ (ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง)   คัดเลือกโรงเรียนเข้าอบรม ปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนเห็นความสำคัญและรู้คุณค่าของน้ำ รวมถึงตระหนักถึงมลพิษทางน้ำ เพื่อช่วยกันดูแล รักษา อนุรักษ์แหล่งน้ำให้ยังคงหล่อเลี้ยงชีวิตชุมชนของตนได้อย่างยั่งยืนและยาวนาน  บริษัทฯ ดำเนินโครงการมาถึงปี 2556 มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 497 โรง  (ระยอง 250 โรง, ชลบุรี 122 โรง, ฉะเชิงเทรา 125 โรง)  และเพื่อให้โครงการนี้เกิดความต่อเนื่องในปี 2554 จึงได้จัดทำโครงการระบบบำบัดน้ำเสียในโรงอาหารของโรงเรียน  โดยร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฉะเชิงเทรา และสำนักงานพื้นที่เขตการศึกษาฯในพื้นที่ปฏิบัติการ (ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง)   รณรงค์และปลูกจิตสำนึกให้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการค่ายเยาวชนฯ  ดำเนินการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียในโรงอาหาร เพื่อช่วยลดปัญหามลพิษทางน้ำ และส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี โดยปัจจุบัน มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ 243 โรงเรียน (ฉะเชิงเทรา 83 โรง, ชลบุรี 70 โรง, ระยอง 90 โรง)  ต่อมาในปีเดียวกัน บริษัทฯได้ร่วมกับ ศูนย์เฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพน้ำอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง,  โรงเรียนปลวกแดงพิทยาคม ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง, โรงเรียนบ้านปากแพรก ต.ละหาร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง, โรงเรียนนิคมฯ8 ต.แม่น้ำคู้  อ.ปลวกแดง จ.ระยอง, โรงเรียนมาบยางพร  ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง, โรงเรียนชุมชนบริษัทน้ำตาลตะวันออก  ต.ตาสิทธิ์  อ.ปลวกแดง จ.ระยอง, โรงเรียนบ้านคลองป่าไม้ ต.กระแสบน อ.แกลง จ.ระยอง และ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง  จัดทำโครงการตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำต้นทุนของบริษัท ในการเฝ้าระวังปัญหาและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทางน้ำ รวมถึงการตรวจสอบคุณภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ 4 แห่ง (อ่างเก็บน้ำดอกกราย  อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล  อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ และอ่างเก็บน้ำประแสร์) อีกทั้งปลูกจิตสำนึกให้แก่เยาวชนและพลเมืองหวงแหน อนุรักษ์ และดูแลทรัพยากรน้ำ นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของชมรมรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิกเข้าร่วมทั้งภาครัฐ, ภาคเอกชน, ผู้นำชุมชน และองค์กรอิสระในพื้นที่  โดยเฉพาะกลุ่มนักรบสิ่งแวดล้อม/นักสืบสายน้ำ ซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนจาก 20 โรงเรียน ที่รวมตัวกันอย่างมั่นคง และเป็นรูปธรรมในการเฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพน้ำในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา รวมทั้งจัดกิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง 

ในปี 2557  บริษัทฯได้ร่วมกับกลุ่มนักรบสิ่งแวดล้อม/นักสืบสายน้ำ และศูนย์เฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพน้ำอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง จัดทำโครงการเครือข่ายอีสท์วอเตอร์รักษ์น้ำ  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความร่วมมือและมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ในการเฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพน้ำของทั้งสององค์กร  และเสริมทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ให้แก่เยาวชน  รวมถึงเป็นการปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนเกิดความรักและหวงแหน รู้คุณค่าและความสำคัญของน้ำ รวมถึงร่วมมือกันดูแล อนุรักษ์แหล่งน้ำของตนให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการมาจากโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล ต.ลาดขวาง อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 30 คน, โรงเรียนปลวกแดงพิทยาคม ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง จำนวน 10 คน, โรงเรียนบ้านปากแพรก ต.ละหาร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง จำนวน 6 คน, โรงเรียนนิคมฯ8 ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง จำนวน 6 คน, โรงเรียนมาบยางพร  ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง จำนวน 6 คน, โรงเรียนชุมชนบริษัทน้ำตาลตะวันออก  ต.ตาสิทธิ์  อ.ปลวกแดง จ.ระยอง  จำนวน 6 คน, โรงเรียนบ้านคลองป่าไม้ ต.กระแสบน อ.แกลง จ.ระยอง จำนวน 6 คน และโรงเรียนผาณิตวิทยา  ต.บางกรูด  อ.บ้านโพธิ์  จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 5 คน  และ โรงเรียนวิทยาราษฎร์รังสรรค์   ต.บ้านโพธิ์  อ.บ้านโพธิ์  จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 5 คน  รวมทั้งสิ้น 80 คน โดยมีกิจกรรมแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. ค่ายเยาวชนอีสท์วอเตอร์รักษ์น้ำ  2. ตรวจสอบคุณภาพน้ำของทั้ง 2 กลุ่ม